[fic the avengers,thor] [lokixthor] love and pain part 1

posted on 14 Jul 2012 15:44 by nh2dpun directory Fiction

Title: love and pain

Author: nhdpun

Fandom: Marvel (Thor, The Avengers)

Pairing: Lokixthor

Rating: PG-13

Author's Notes: คู่นี้ไม่ค่อยมี หายาก แต่ก็ชอบจิ้นเหมือนกัน เลยเขียนเองซะเลย ปกติแล้วผมชอบแบบไม่กำหนดตายตัวเท่าไหร่ เพราะมันลุ้นดี ก็เลยพยายามเขียนออกมาให้แมนทั้งคู่ ไม่งุ้งงิ้งเกินไปจนเกินหล่อ อนึ่ง ชื่อเรื่องโคตรสิ้นคิด แต่ก็คิดไม่ออกแล้ว เปิดมาแบบไม่มีที่มาที่ไป และจบแบบงงๆ ใครอ่านแล้วไม่เข้าใจผมก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ แต่งเพื่อสนองนี้ดเฉยๆ อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณทุกท่านที่หลงเข้ามาอ่านนะครับ

ปล. ภาพประกอบง่อยมาก แต่ก็อยากใส่ ฮ่าๆๆๆๆๆ

 

 

Love and pain

            ข้าไม่รู้ว่าข้าถูกล่ามแบบนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ มันอาจจะเมื่อเร็วๆ นี้ หรืออาจจะนานมากแล้ว...

           

           ข้าเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเดินมา ในห้องขังที่ทั้งมืด ชื้นและเหม็นอับ ข้าไม่อาจขัดขืนหรือหนีออกไปได้ ด้วยโซ่ที่พันธนาการข้าอยู่นั้นดูเหมือนจะเป็นโซ่เวทมนตร์ ข้ารู้สึกไร้เรี่ยวแรงแม้ว่าข้าจะสมบูรณ์แข็งแรงดี เสียงฝีเท้าหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องขัง แล้วมันก็ถูกเปิดออกโดยคนที่ข้ารู้จักดี

           

คนที่ข้าเรียกว่า น้องชาย

           

            แม้ประตูห้องขังจะเปิดออก แต่แสงสว่างก็ยังน้อยเกินไปที่จะเห็นโลกิได้ถนัดตา ทว่าในความมืดทึม ข้าเงยหน้าขึ้น พอจะมองเห็นความยุ่งเหยิงจากเสื้อผ้าอาภรณ์ และผมเผ้าที่ไม่เป็นระเบียบนั้น ข้าไม่เห็นแววตาของเขา เพราะดูเหมือนเขาจะหลับตาอยู่

           

           “มีอะไร...” ข้ารู้สึกแปลกใจกับเสียงแหบพร่าที่เปล่งออกมาจากปากอันแห้งผากของข้า นี่ข้ายังมีเสียงอยู่หรือนี่

           

           “เปล่า” โลกิพูดห้วนๆ เขาลืมตาแล้ว ในแววตานั้นเต็มไปด้วยความหงุดหงิด เหมือนกับว่าแผนการบางอย่างของเขาไม่สำเร็จ “...ข้ามาดูว่าเจ้าตายหรือยังแค่นั้นแหละ”

           

           ข้าอยากถามเหลือเกินว่า...ข้าถูกจับมาล่ามโซ่ตั้งแต่ตอนไหน แต่ข้าก็ไร้อารมณ์เกินกว่าจะพูดอะไรทั้งนั้น โลกิยืนบิดไปมาอยู่ที่หน้าประตู ปลายเท้าหันมาหาข้าบ้าง หันออกไปที่ทางเดินบ้าง แสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวกำลังลังเลอยู่ มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น เหมือนกับว่าเขาต้องเลือกระหว่างสิ่งนั้นกับข้า

           

            “ดูเหมือนเจ้าจะร้อนใจ...” ข้าอดพูดไม่ได้ แม้ว่าตัวเองจะไร้เรี่ยวแรงเพียงใดก็ตาม โลกิไม่ตอบ ข้าไม่เห็นว่าเขาทำสีหน้าอย่างไรเพราะข้าก้มหน้าอยู่ สภาพของข้าคือนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นชื้นแข็ง และแขนสองข้างก็ถูกรั้งออกไปด้านข้าง พันธนาการอย่างแน่นหนาด้วยโซ่เวทมนตร์ ดังนั้นข้าจึงเห็นแต่ช่วงตั้งแต่แข้งถึงเท้าของโลกิ ไร้คำตอบจนกระทั่งปลายเท้านั้นหายไปจากสายตา และประตูห้องขังก็ได้ปิดลง

           

             โลกิจับข้ามาเพื่อการใดกัน?

 

 --------------------------------------

           

            ทุกอย่างมันผิดเพี้ยน วุ่นวายไปหมด! ข้าเม้มปากอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ กองทัพก็ไม่มี พลังก็ไม่เพียงพอ หนำซ้ำแผนที่วางไว้ยังจะล้มเหลวไปหมด เพราะความใจร้อนของข้าเอง ตอนนี้ข้าติดอยู่ที่ส่วนใดส่วนหนึ่งในโยธันไฮม์ ข้าก็ไม่รู้ว่าส่วนไหนเพราะแผนที่เพิ่งจะเสียหายไป แต่ดูเหมือนที่นี่จะเป็น...ปราสาทเก่า มีหอคอย ป้อมปราการ ห้องหับต่างๆ และห้องใต้ดิน แค่นี้ก็พอจะที่คุ้มหัวข้าได้ในตอนนี้แล้ว

           

           ในนี้เป็นห้องที่ข้าใช้หลับนอน ข้าปัดกวาดทำความสะอาดให้พอนอนได้แล้ว ที่กลางห้อง เป็นส่วนที่ข้าใช้กองอุปกรณ์ต่างๆ ที่ข้าใช้ดำเนินแผน แผนของข้าเป็นยังไงน่ะเหรอ ไม่จำเป็นต้องรู้หรอก ตอนนี้มันพังไปแล้ว ไม่สิยังไม่พัง แค่ยังใช้ตอนนี้ไม่ได้เท่านั้น แต่พวกเจ้าหลายคนอาจจะสงสัย ว่าธอร์มาได้ยังไงและทำไมถึงถูกล่ามไว้ มันเป็นอุบัติเหตุ ไม่สิ ก็เหมือนกับทุกทีนั่นแหละ เขาตามข้ามาเพราะข้าไปก่อเรื่องไว้ และปกติข้าต้องหนี แต่คราวนี้ข้าเตรียมพร้อมไว้แล้ว โซ่เวทมนตร์นั่นจะริดรอนพลังของธอร์ ขอแค่ธอร์มาแตะ เขาก็จะกลายเป็นแค่ผักต้มบนจานทองทันที แต่ถึงแม้ว่าธอร์จะโดนเก็บไปแล้ว แผนการที่ล้มเหลวไปก็ใช่ว่าจะได้กลับคืนมาในทันที

           

            ข้ารู้สึกหมดเรี่ยวแรงอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนฟูกเก่าๆ แข็งๆ ปกติแล้วข้าเนี้ยบตั้งแต่โคนผมจรดปลายเท้า แต่ช่วงนี้ข้ารู้สึกล้าเกินกว่าจะมาดูแลตัวเอง กระปุกเจลแต่งผมก็กลิ้งโคโล่อยู่ที่กองอุปกรณ์ กระจกก็...กระจกหายไปไหนนะ ข้าลุกขึ้นจากฟูกคลานไปที่กองของระเกะระกะ ค้นหากระจกอยู่ครู่หนึ่งก่อนอะไรบางอย่างจะวาบขึ้นในหัว อ๋อ...ข้าไม่ได้เอากระจกมากองรวมกับของพวกนี้หรอก มันติดอยู่ที่ผนังโน่น ข้าลุกขึ้นเดินไปที่กระจกขนาดเท่าฝ่ามือ

           

              อ๋อ เปล่า ข้าไม่ได้จะถามกระจกว่าใครงามเลิศในปฐพีหรอกนะ ก็ในเมื่อบริเวณปฐพีที่ข้ายึดอยู่นี้ มีแต่ข้าคนเดียวที่จัดว่าสวย ยังจะต้องถามอะไรอีกล่ะว่าใครสวยที่สุด แต่ถ้าเรื่องผมล่ะก็ไม่แน่ กระจกคงจะตอบทันควันว่าธอร์เป็นแน่แท้...

           

             แต่ที่ข้าเห็นในกระจก เป็นอดีตหนุ่มหล่อ... ...ข้าไม่ชอบคำว่าสวยน่ะ ยังไงข้าก็ผู้ชาย ทำไมเจอแต่ผิวหมองคล้ำล่ะเนี่ย ใต้ตาดำ ปากแห้ง ผมยุ่งเหยิง สภาพนี้มัน...

           

 รับไม่ได้!

         

             ข้าหมุนตัวกลับไปที่ฟูกเก่าๆ ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งชันเข่าเอาหน้าผากกระแทกหัวเข่าตัวเอง เท่าที่ข้าได้คำนวณไว้แล้ว การฟื้นฟูพลังและแผนการใช้เวลาค่อนข้างนานพอสมควร แต่มันไม่ใช่ปัญหา ข้าทำได้สบายอยู่แล้ว แต่ปัญหาอยู่ที่ของบางอย่างที่ข้าทำยังไงก็ขยับเขยื้อนเคลื่อนที่มันจากที่เดิมไม่ได้สักที ข้าเงยหน้าขึ้น ‘ปัญหา’ มันอยู่นิ่งที่มุมห้อง ตรงนั้นหลังคาโหว่เป็นรูกว้างเพราะการปรากฏตัวอันอลังการงานพินาศของธอร์ และที่ตรงนั้น ไม่ใช่แค่หลังคาที่โหว่ ที่พื้นก็แตกร้าว พื้นหินพลิกกระจัดกระจายไปทั่ว เพราะยอว์เนียร์ ค้อนที่รักของธอร์ กระแทกลงกับพื้นเต็มๆ แรง ตอนที่ธอร์โดนฤทธิ์ของโซ่เวทมนตร์จนจับค้อนไม่อยู่

           

            มันเป็นปัญหายังไงน่ะเหรอ ก็ตรงที่ข้าอยากใช้มันให้ได้ใจจะขาด แต่ยอว์เนียร์ก็ไม่ตอบสนองข้าเลย บางคราวมันดูราวจะคร่ำครวญหานายของมันที่อยู่ในคุกใต้ดินอย่างไรก็ไม่รู้ แต่นั่นข้าอาจจะคิดไปเองเพราะอยู่ตัวคนเดียวมานานก็เป็นได้... ก็ไม่เชิงอยู่ตัวคนเดียวเท่าไหร่ แค่ธอร์อยู่ใต้ดินเท่านั้นแหละ

           

            ข้าถอนหายใจ แล้วลุกขึ้นเดินไปที่กองข้าวของที่ระเกะระกะ ได้เวลาจัดการแล้ว

 

--------------------------------------


            ข้าคงจะนั่งนับเม็ดกรวดบนพื้นอย่างไม่รู้เดือนรู้ตะวันต่อไป หากประตูห้องขังไม่เปิดออก ข้าเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง เดาว่าเวลาคงผ่านไปสักระยะได้แล้ว เพราะโลกิที่ยุ่งเหยิงเมื่อครั้งสุดท้ายที่เจอกัน ตอนนี้กลับมาเฉิดฉายเจิดจรัสอีกครั้งหนึ่งแล้ว

           

             “เจ้าจับข้ามาทำไม...” เจอหน้าทีก็ถามที แถมไม่ค่อยจะได้คำตอบ ก็ไม่รู้ว่าจะถามทำไมเหมือนกัน แต่รู้สึกว่าถ้าไม่พูดเลย ตัวเองจะลืมวิธีพูดเอา

           

            “ข้ามาบอกลาเจ้าเท่านั้นแหละ” โลกิพูดเรียบๆ ข้ารู้สึกใจหายกับคำพูดนั้น นี่หมายความว่าอะไรกัน ข้าจะถูกทิ้งแต่ลำพังไว้ที่นี่เหรอ ที่ที่ข้าไม่รู้จักเนี่ยนะ

           

            “เจ้าไม่ได้จะฆ่าข้าเหรอ...”

           

            “ถ้าข้าจะทำ ข้าทำไปนานแล้ว”

           

            ...เออ แล้วมันจะล่ามข้าไว้ทำไมกัน...ถ้าไม่ได้ฆ่า ทรมานเล่น หรือเพื่อไว้ใช้งานทีหลังน่ะ...

           

            “...ข้ารู้ การอยู่คนเดียวมันทรมาน...” โลกิพูดเสียงเศร้า ข้าตกใจมากยิ่งกว่าเดิม “...เพราะงั้นนะธอร์ อยู่คนเดียวให้สนุกนะ” พูดจบโลกิก็หมุนตัวชายเสื้อสะบัดพรึ่บเดินจากไป แม้แต่ประตูคุกก็ไม่ปิดให้ ข้าอ้าปากค้าง เป็นครั้งแรกที่ข้ารู้สึกไปไม่ถูกขนาดนี้...

           

            ข้าใช้เวลาครู่หนึ่งในการทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ เป็นพวกเจ้าจะงงไหมล่ะ ที่จู่ๆ ก็มีคนเข้ามาพูดอะไรไม่มีความหมาย แล้วจู่ๆ ก็ทิ้งหนีหายไป แต่ปกติแล้วโลกิต้องพล่ามๆ อะไรที่ชั่วร้ายๆ แล้วค่อยทิ้งท้ายให้รู้สึกกลัวๆ หรือกังวล หรือไม่งั้นก็พล่ามแบบตัดพ้อ น้อยอกน้อยใจอะไรของมัน ก่อนจะไปไม่ใช่เหรอ

           

             หรือว่ามันกินยาผิด หรือหัวกระแทกพื้นตอนตื่นขึ้นจะลุกไปห้องน้ำแล้วหกล้ม โอ๊ย! จะอะไรก็ช่างเหอะ แต่ทำแบบนี้มันไม่ถูกต้องนะว้อย ตามปกติแล้วต้องไม่ใช่แบบนี้สิ กลับมาพล่ามก่อน แล้วค่อยไปได้ไหม ข้าพยายามดิ้น เป็นครั้งแรกที่ข้าจะต่อต้านโซ่เวทไร้เทียมทานนี้อย่างโง่ๆ

           

             ข้าดิ้น บิดแขน ทำทุกอย่างที่จะทำให้โซ่นี่หลุด หรือแขนของตัวเองเป็นอิสระ แต่ยิ่งทำก็ยิ่งเจ็บเสียเอง

           

             “ว้ากกกกกก!!! ข้าตะโกนพลางกระชากสุดแรง ปลายโซ่ที่ฝังอยู่กับผนังหลุดออกมา ดึงเอาผนังออกมาด้วยส่วนหนึ่ง ข้าสะบัดโซ่ออกจากแขน วิ่งออกไปที่ทางเดิน แล้วก็วิ่ง วิ่งขึ้นไป ขึ้นไปจนถึงชั้นบน พลางยื่นมือออกไป

           

             “ยอว์เนียร์!” ข้าตะโกน สิ้นคำก็รู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ก่อตัวขึ้น มีเสียงโครมครามจากการลอยทะลุสิ่งกีดขวางของยอว์เนียร์ดังไปทั่ว แล้วค้อนประจำกายข้าก็ทะลุผนังชั้นสุดท้าย พุ่งมาหาข้าด้วยความเร็ว มือข้ากำลังจะสัมผัสกับอาวุธคู่ชีพ แต่จู่ๆ ข้าก็หงายหลัง ล้มลงไปไม่เป็นท่า รู้สึกเจ็บที่ลำคอ ส่วนยอว์เนียร์ที่พลาดมือไปก็พุ่งไปกระแทกกับผนังด้านหลังพังทลาย ก่อนจะหล่นตุ้บลงไปฝังตัวบนพื้นอีกครั้ง ข้ายกมือขึ้นคลำที่ลำคอ และพบว่ามีโซ่เส้นเขื่องรัดรอบคออยู่ ปลายโซ่นั้นถูกรวบขึ้นไป มันอยู่ในมือของคนที่ข้าเข้าใจว่าทิ้งข้าไปแล้วจริงๆ ซึ่งแอบโผล่มาอยู่ด้านหลังข้าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

           

              “เคยได้ยินไหม ที่มิดการ์ดบางแห่ง ก็มีประเพณีเชือดวัวควายถวายเทพก่อนออกไปทำศึกสงคราม” โลกิพูดยิ้มๆ ก่อนจะหมุนโซ่ให้รัดคอข้าแน่นขึ้น ข้าเจ็บ แต่มันยังไม่เพียงพอที่จะหยุดข้า ข้าแก้ท่าออกจากโซ่ แต่ยังไม่เรียกยอว์เนียร์มาเผื่อโลกิยังมีลูกเล่นอะไรอยู่อีก

           

              “ข้าเป็นวัวควายให้เจ้าเชือดเหรอ” ข้าถาม ไม่ได้รู้สึกเศร้าเสียใ