[fic the avengers,thor] [lokixthor] love and pain part 2

posted on 15 Jul 2012 13:27 by nh2dpun directory Fiction

           โลกิพลิกมือที่ไล้ใบหน้าของธอร์ มาจับโซ่ที่คล้องลำคอของธอร์ไว้แล้วดึงธอร์เข้าหาตัวเอง ชิดใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน ดวงตาสีเขียวใสนั่นทอประกายแรงกล้าราวกับตัดสินใจในอะไรบางอย่างได้แล้ว

           

          “ข้าไม่สน ว่าเจ้าจะรักข้าจริงหรือไม่ ธอร์” โลกิกระซิบ “แต่ข้าจะทำให้เจ้าอับอาย ข้าจะย่ำยีศักดิ์ศรีของเจ้า”

           

          “เจ้าจะทำอะไร” ธอร์ขมวดคิ้ว รู้สึกหวั่นวิตกกับสิ่งที่กำลังจะเกิดกับตัวเอง

           

          “ทำในสิ่งที่อยากจะทำ...” โลกิกล่าว แล้วยกมือข้างที่ว่างขึ้นมาลูบเส้นผมของธอร์ “...หลังจากที่รู้ว่าข้าไม่ใช่น้องแท้ๆ ของเจ้า” สิ้นคำโลกิก็กระชากศรีษะของธอร์หงาย แล้วโน้มหน้าลงไปใกล้ๆ กับริมหูของธอร์

           

            “ข้าจะทำให้เจ้าอับอาย ธอร์”

           

             ตอนแรก ธอร์จินตนาการไปต่างๆ นานา ว่าโลกิจะทำอะไรที่เป็นการ ย่ำยีศักดิ์ศรีของเขา แต่ในตอนนี้เทพสายฟ้ารู้แล้ว เรื่องแบบนี้ มันต้องอยู่ที่ความเต็มใจ เขาไม่เคยคิดว่าจะเจอเรื่องแบบนี้ โดยเฉพาะกับตัวเอง กับผู้ชายด้วย เขาก็ต้องเป็นฝ่ายนำ เป็นผู้นำ เป็นคนคุม ไม่ใช่แบบนี้ นี่มัน...หยามกันชัดๆ ทำไมจะต้องมาเสียบริสุทธิ์ให้กับผู้ชายด้วยกัน โดยที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนนำ แม้จะกับโลกิด้วยล่ะ ว่าแต่ว่า...โลกิจะทำแบบนั้น กับเขาเนี่ยนะ...เพราะอะไรกัน หรือว่าโลกิเองก็...

           

            “หยุด” ธอร์คำรามเบาๆ ความจริงก็เริ่มหวั่นไหว หากว่าสิ่งที่โลกิจะทำนั้น มันมาจากใจของโลกิด้วยเช่นกัน หากเพียงแค่คนตรงหน้าจะคิดแบบเดียวกับเขาเท่านั้น ขณะนั้นโลกิก็เริ่มเปลื้องอาภรณ์ของเขาออกแล้ว

           

            “ข้าบอกแล้วไง ว่าข้าไม่สนใจ” โลกิสวนกลับ ก่อนจะพบว่า ในสภาพที่ธอร์ถูกล่ามอยู่แบบนี้ การปลดเปลื้องสิ่งที่ปกปิดร่างกายของธอร์นั้นมันช่างลำบากยิ่ง โลกิหยิบมีดสั้นออกมาจากด้านในชุด แล้วกรีดชุดของธอร์แบบไม่สนใจจะคงสภาพ ธอร์พยายามดิ้น โลกิจึงจับโซ่ที่คอไว้แล้วบังคับให้ธอร์อยู่นิ่งๆ พลางจ้องตา

           

            “ไม่รักข้าแล้วเหรอ” โลกิถามอย่างยียวน

           

            “มันไม่เกี่ยวกันเลยสักนิด” ธอร์ว่า “เจ้าทำแบบนี้ทำไม”

           

            “ข้าแค่อยากทำลายศักดิ์ศรีของเจ้า” โลกิตอบ

           

            “มีวิธีตั้งเยอะแยะ แต่ทำไมเจ้าถึงเลือกวิธีนี้” ธอร์โต้กลับ “หากไม่ใช่ว่าเจ้าเองก็มีใจให้ข้าเช่นเดียวกัน” สิ้นคำ โลกิก็นิ่งเงียบไป ก่อนจะระเบิดหัวเราะลั่น

           

            “ข้าอาจจะเป็นพวกหัวใจกับร่างกายแยกกันก็ได้นะ” โลกิพูดยิ้มๆ

           

            “แต่กับผู้ชายด้วยกันเนี่ยนะ” ธอร์แย้ง

           

           “ข้าไม่จำเป็นต้องเอาของข้าใส่เข้าไปในตัวเจ้านี่” เทพแห่งความวุ่นวายเลิกคิ้วอย่างกวนอารมณ์ ก่อนจะลุกขึ้นยืน แล้วบังคับให้โซ่คลายออก ไม่ใช่เพื่อปล่อยธอร์ให้เป็นอิสระ แต่เพื่อเปลี่ยนอาริยาบถ ทว่า แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากจนแม้แต่โลกิก็แทบไม่ทันรู้สึกตัว ธอร์จับโซ่ไว้แล้วเตะปัดขาโลกิจนล้ม ก่อนจะเหวี่ยงโซ่ออกไปให้ไกลตัวที่สุด เขาจับแล้วไร้แรงแต่โลกิจับกลับไม่เป็นไร การจะเอาโซ่แบบนั้นมาล่ามโลกิ ก็เหมือนเอาเชือกเส้นเล็กๆ ที่แค่กระตุกก็ขาดมาล่ามพญาช้างสารนั่นแหละ แล้วธอร์ก็ขึ้นคร่อมร่างของโลกิไว้ เพียงมือแกร่งข้างเดียวของเขาก็สามารถรวบสองมือของโลกิไว้เหนือหัวได้

           

          ตอนนี้เป็นธอร์ที่คุมสถานการณ์แล้ว

           

          “ข้าไม่ยอมให้เจ้าทำอย่างนั้นแน่” ธอร์พูดเบาๆ โลกิที่หน้าซีดเพราะเสียท่าพยายามจะรวบรวมสติเข้าต่อสู้

           

“ทำอย่างนั้นน่ะอย่างไหน” เทพหนุ่มผู้เพลี่ยงพล้ำพยายามกวนอารมณ์อีกฝ่าย

           

“เจ้าก็รู้ว่าอย่างไหน อย่ามาปั่นหัวข้า” ธอร์กัดฟันพูดพลางโน้มหน้าลงไปใกล้

           

            “คิดไปเองหรือเปล่าเจ้าน่ะ” โลกิยักคิ้ว ทันใดก็เปลี่ยนสีหน้าอย่างฉับพลัน ธอร์ชะงักด้วยความตกใจ ใบหน้าของโลกิบิดเบี้ยวราวกับเจ็บปวด ใบหน้าซีดเผือด

           

          “อ๊ากกก ข้าเจ็บ!!” โลกิกรีดเสียงร้อง ธอร์ผงะ ท่าทางลนลาน

           

          “เจ้าเจ็บเหรอ เจ็บตรงไหนกัน” ธอร์ถอยออกมา พลางกวาดสายตามองไปทั่วร่างของอีกฝ่ายอย่างเป็นห่วง แต่แล้วเขาก็เห็นเงาวูบไหวตัดหน้า รู้สึกตัวอีกทีก็ลงไปนอนหงานบนพื้นโดยมีโลกิคร่อมตัวอยู่เสียแล้ว

           

          “ข้าแค่ตะโกนไปยังงั้น เจ้าก็ยังจะหลงเชื่ออีกเหรอ” โลกิพูดอย่างเอือมระอา ...ตะโกนไปยังงั้นห่าอะไร เล่นทำหน้าซะเหมือนกับโดนแทงจากข้างหลังทะลุถึงหัวใจด้วยนี่... ธอร์อยากจะตอกกลับ แต่ไม่ทันได้ขยับปากก็เห็นว่าโลกิชักมีดสั้นออกมาจากในสาบเสื้อ แล้วสะบัดทีหนึ่ง จากมีดสั้นเล่มเล็กๆ ก็กลายเป็นมีดสั้นยาวประมาณสามสิบเซนติเมตร และไม่ทันจะได้ถามว่าจะทำอะไร โลกิก็ขยับเข่าล็อคศีรษะเขาไว้ ก่อนจะรวบมือทั้งสองของเขาไว้ด้านบน โดยให้ฝ่ามือทับกัน...

           

            “เจ้าจะทำ...” ธอร์ตะโกนลั่น

           

ฉึก!!

           

“...บ้าอะไร” ธอร์กัดฟันพูดข่มไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมา

           

            ตอนนี้ฝ่ามือของเขามีรูโหว่อยู่ตรงกลางฝ่ามือเป๊ะๆ แล้ว โดยมีใบมีดเสียบไว้อยู่ลึกลงไปจนถึงพื้นหิน ตรึงธอร์เอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหน แล้วโลกิก็ชักอีกเล่มออกมาสะบัด

           

           ...เรากำลังจะถูกแล่เนื้อสดสินะ... ธอร์คิด นึกถึงเนื้อแผ่นบางบนจานทองที่ตั้งอยู่บนโต๊ะในห้องอาหาร

           

           “อย่าขยับก็แล้วกัน ถ้าไม่อยากเจ็บตัว” โลกิพูด ก่อนจะขยับตัวเลื่อนลงไปที่ท่อนล่างของธอร์ แต่แล้วโลกิก็หยุดเคลื่อนไหว แล้วเหลือบตาขึ้นมอง “อย่าพูดอะไรด้วย”

 

           มันเป็นความผิดพลาด ธอร์คิดในใจ ขณะที่ต้องกล้ำกลืนฝืนทน โลกิยังไม่ลงมือ หากแต่ค่อยๆ ลูบไล้เล้าโลม ธอร์กัดริมฝีปากแน่น เตือนตัวเองว่าห้ามเคลิ้มไปกับการสัมผัส มือเรียวที่ค่อนข้างเย็นของอีกฝ่ายเค้นคลึงไปทั่วเรือนร่าง โลกิค่อยๆ ขยับกายลงทาบทับร่างข้างใต้ ฝ่ามือข้างหนึ่งลูบด้ามมีดลงมาแล้วกดปลายนิ้วตรงบริเวณปากแผล ความเจ็บซ่านทั่วฝ่ามือ แล้วเทพแห่งความวุ่นวายก็โน้มหน้าลงตรงซอกคอ ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดทำให้ยากนักที่จะประคองสติให้ต่อสู้กับอารมณ์ที่เริ่มพลุ่งพล่าน

           

            “ธอร์...” เสียงกระซิบแผ่วที่ราบเรียบ แต่ทรงพลังจนสติแทบกระเจิง ธอร์หลับตาแน่น ขณะถูกขบกัดที่ติ่งหู แล้วริมฝีปากนั้นก็เลื่อนมาที่ใบหน้า คลอเคลียรอบๆ ริมฝีปากของธอร์ แต่โลกิยังไม่ประทับจุมพิต เทพหนุ่มยกกายขึ้นเพื่อมองใบหน้าของธอร์ให้ชัด เห็นใบหน้าที่แดงก่ำ และเคร่งเครียดของอีกฝ่ายแล้วก็นึกขำ ปากเรียวสวยยกยิ้มที่มุมเล็กน้อย

           

            “จะฝืนทำไม พี่ข้า” โลกิเย้าแหย่ ยิ่งสนุกที่ได้แลเห็นว่าอีกฝ่ายพยายามต่อสู้เพียงไร

           

            “อย่า เรียก ข้า แบบ นั้น” ธอร์กัดฟันพูดแบบทีละคำ น้ำเสียงและรอยยิ้มของอีกฝ่ายทำให้เทพสายฟ้าแทบจะกลายเป็นผู้ปราชัยในศึกนี้

         

           “พี่รู้สึกยังไงบ้างล่ะ หืม” โลกิไล่ต้อนต่อไปอย่างนึกสนุก เลื่อนมือข้างหนึ่งลงไปเบื้องล่าง สัมผัสกับสิ่งที่ชายทุกคนภูมิใจหนักหนา ธอร์ขมวดคิ้วใบหน้าบิดเบี้ยว นิ้วเรียวของอีกฝ่ายกำลังขับดันอารมณ์ของเขาให้พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่โลกิกำลังเล่นอย่างสนุก ธอร์ก็เริ่มจะทนไม่ไหว เทพสายฟ้าหายใจเข้าเฮือกใหญ่ และนั่นก็เป็นการสิ้นสุดความอดทน ดวงตาสีฟ้าใสรื้นน้ำตา ด้วยความโกรธและอับอาย เขาแพ้แล้ว เขายอมให้อารมณ์ความรู้สึกครอบงำ ใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความฝืน ค่อยๆ ผ่อนคลายลง และเปลี่ยนสีหน้าไปตามห้วงอารมณ์ที่ห่อหุ้มแทน โลกิเลียริมฝีปาก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยอมให้แล้ว มันก็คงถึงเวลาแล้วสินะ

           

เทพหนุ่มถอนมือจากภารกิจ ยกกายขึ้นนั่งคร่อมแล้วเปลื้องอาภรณ์ของตน

           

           "ไม่ใช่พี่คนเดียวหรอกที่ปรารถนา” โลกิพูดเสียงแผ่ว ผิวกายขาวผ่องปรากฏสู่สายตาของธอร์ “ข้าเองก็ปรารถนาเช่นกัน ข้าปรารถนาที่จะเหยียบย่ำพี่ให้จมโคลน ข้าปรารถนาที่จะทำให้พี่ปราชัยอยู่แทบเท้าข้า พี่ข้า...ข้าเกลียดพี่เหลือเกิน” โลกิโน้มกายยื่นมือข้างหนึ่งไปจับที่ด้ามมีดแล้วหมุนคว้าน ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วฝ่ามือลามลงมาถึงแขน ธอร์หายใจหอบ

           

           “แต่ข้ารักเจ้า” เสียงที่สั่นพร่าตอบกลับมา ทว่าแววตาที่สะท้อนในดวงตาสีฟ้าสดใสนั้น ทำให้ดวงตาสีเขียวซีดที่บางครั้งเหมือนเป็นสีเทาต้องหลีกหลบ แววตาของธอร์นั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวด โกรธ อาย รัก กล้าหาญ และซื่อสัตย์

           

           “...ข้ารู้...” โลกิกระซิบ

           

           ลมเย็นในดินแดนน้ำแข็งพลิ้วโบก เคลื่อนที่เล็ดลอดผ่านไปทั่วทุกหนแห่ง ฝากเสียงโหยหวนตอกย้ำความร้ายกาจแห่งดินแดนอันปราศจากความอบอุ่น

           

           การเคลื่อนไหวที่ราวกับเต้นรำ ถูกควบคุมด้วยความเจ็บปวด ไฟแห่งราคะเผาผลาญ ความหนาวเย็นใดก็มิอาจแทรก เสียงพร่ำเรียกชื่อซ้ำๆ ด้วยความอาฆาตแค้นและรักเหลือแสนดังกังวาน  ความอบอุ่นที่ได้จากกันและกันกำลังหล่อหลอมให้กลายเป็นหนึ่ง ผิวกายสัมผัสผิวกาย บดเบียดแนบชิด เสียงครางที่สุขสมผสมไปกับเสียงลมราวเสียงดนตรี สลับกับเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดในบางครั้ง ธารอารมณ์รักหลั่งไหลเดือดพล่าน ไม่ช้าไม่นาน...ทุกอย่างก็กลับคืนสู่ความเงียบอีกครั้ง

 

          มีดนั้นถูกถอนออกไปแล้ว แผลที่ฝ่ามือกำลังรักษาตัวเองอย่างช้าๆ เมื่อรักษาหาย อาจจะทิ้งรอยแผลเป็นไว้ระยะหนึ่งจึงจะหายขาด ธอร์นอนทอดกายเปลือยเปล่าอยู่บนพื้นหิน เส้นผมสีทองแผ่สยายบนพื้นสีดำ ดวงตาสีฟ้าเหม่อมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย บอกไม่ได้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่

            ส่วนโลกินั้นกำลังแต่งตัวให้เรียบร้อยอยู่ เขายืนอยู่หน้ากระจกแผ่นเล็ก เรือนผมสีดำยุ่งเหยิง แต่เขาไม่สนใจจะแม้แต่เสย เขาหันกลับไปมองธอร์ที่ยังนอนอยู่ แล้วเดินไปคุกเข่าอยู่ข้างๆ

 

“เป็นอะไร” โลกิถามอย่างสงสัย ธอร์ดูเงียบเกินไปจนผิดปตกิ

           

           “ข้าเจ็บ” ธอร์ตอบอย่างไร้อารมณ์ ตอนแรกโลกิบอกจะไม่ใช้ของตัวเองแท้ๆ สุดท้ายก็กลายเป็นคนผิดคำพูด มันเป็นครั้งแรกของเขา แต่โลกิไม่ค่อยจะปรานีเท่าไหร่ ถ้าให้เปรียบคงราวกับคลื่นยักษ์ที่สาดซัดใส่โขดหินก้ไม่ปาน ถึงกระนั้นธอร์ก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บขนาดลุกไม่ได้ แค่ขี้เกียจลุกเท่านั้นแหละ

           

อย่าให้มีครั้งหน้านะ...ข้าจะทำให้เจ้าเดินไม่ได้เลยคอยดู ธอร์หมายมั่นอย่างอาฆาตในใจ

 โลกิกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะเอื้อมือไปหยิบผ้าห่มมาคลุมให้ธอร์ เทพสายฟ้าพลิกตัวกลับมาจับมือของโลกิไว้แน่น จ้องอีกฝ่ายเขม็ง

           

            “ครั้งหน้า...เจ้าเป็นของข้าแน่” น้ำเสียงนั้นบ่งบอกว่าเอาจริง โลกิยิ้ม ยกมือของธอร์ขึ้นประทับจุมพิตที่แผล แล้วเอามาสัมผัสกับใบหน้าของตน

           

            “ครั้งหน้า...เจ้าจะคุกเข่าให้ข้า” โลกิกระซิบ “ข้าจะเป็นราชาของเจ้า”

           

            ธอร์ขยับกายลุกขึ้น สองมือที่ปล่อยให้โลกิควบคุมจับใบหน้าสวยนั้นไว้ โลกิเบิกตากว้างอย่างตระหนก แต่หนีไม่ทัน เทพสายฟ้าทาบริมฝีปากของตนบดขยี้กลีบปากของอีกฝ่ายอย่างรุนแรง โลกิจูบตอบ แต่แค่กลีปากที่หวานนุ่มคงไม่พอ ธอร์ดันลิ้นเข้าไปสำรวจภายในโพรงปากของอีกฝ่าย กวาดหาความหวานและความเพลิดเพลิน โลกิก็ไม่น้อยหน้า เขาต่อสู้เต็มที่ด้วยลีลาทั้งหมดที่ มันเหมือนกับเป็นการทำศึกล็กๆ มากกว่าจูบ ดุดัน และเผ็ดร้อน ทั้งคู่ถอนริมฝีปากออกจากกัน โลกิกัดริมฝีปากล่างของธอร์นิดหน่อยก่อนจะยอมปล่อย เขาหายใจหอบ รู้สึกวาบหวามไปทั้งตัว ผู้ที่ชนะในศึกนี้คือธอร์

           

            “...ข้าจะเป็นราชาของเจ้า” ธอร์พูดเสียงแผ่ว โลกิหลุดขำแล้วส่ายหน้าอย่างไม่ยอมรับ ก่อนจะลุกขึ้นยืน การแต่งตัวขั้นสุดท้ายคือใช้นิ้วมือสางและเสยผม เทพแห่งความวุ่นวายทอดตามองธอร์ที่ยังอยู่บนพื้นเป็นครั้งสุดท้าย

            “แล้วเจอกัน ธอร์”

         

             ข้าไม่ได้รู้สึกเสียใจ หรือว่าอับอายเลยสักนิด ธอร์ค่อยๆ หยิบค้อนของตนขึ้นจากพื้น โลกิจากไปแล้ว พร้อมกับคำพูดที่เหมือนเป็นคำเตือนกลายๆ มันไม่ใช่คำสัญญา แต่มันคือคำเตือน เตือนว่า เราจะได้พบกันอีก ไม่ว่าจะด้วยรักหรือชังก็ตาม

           

           ข้ารักเจ้า ข้าจึงพยายามยอมรับมัน แต่ก็ไม่ใช่ทุกอย่างหรอกนะ ธอร์เดินออกมาจากปราสาท ท้องฟ้าหม่นแสงลงด้วยว่าใกล้ค่ำแล้ว เทพสายฟ้ากวาดตามองไปทั่วอีกครั้ง ที่นี่คือโยธันไฮม์ สถานที่ที่เขาและโลกิได้เป็นหนึ่งเดียวกันครั้งแรก แม้จะเจ็บปวดก็ตาม

           

           “ข้าจะรอ...โลกิ” ธอร์กระซิบกับแผ่นฟ้า สายลม และความหนาวเย็น แผลบนฝ่ามือหายสนิทแล้ว

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทส่งท้าย

 

ในห้องโถงอันกว้างใหญ่และหรูหราของพระราชวังแห่งแอสการ์ด บนพรมแดงที่ชุ่มโชกไปด้วยโลหิต ร่างของเหล่าเทพและทหารต่างนอนตายกันเกลื่อนกลาด ธอร์ก้าวเดินบนพรมแดงช้าๆ สายตามองตรงไปข้างหน้า ไม่เหลียวมองไปที่ใด เขาเดินข้ามซากศพที่นอนขวาง สายตามไม่ละถอนไปจากภาพตรงหน้า

โลกิอยู่ตรงนั้น ประทับบนบัลลังก์อย่างสง่างดงาม ทว่าใบหน้าของเขากลับเรียบเฉย ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์

ธอร์หยุดยืนอยู่ที่ฐานบันไดซึ่งทอดขึ้นไปสู่บัลลก์ ทั้งคู่มองตากัน หากแต่ยังไม่มีผู้ใดปริปาก ไม่ขยับส่วนใดของร่างกายแม้เพียงน้อยนิด

ท่ามกลางความเงียบที่ราวกับห้วงจักรวาลอันหนาวเหน็บ โลกิเริ่มขยับริมฝีปากงามของตน...

 

โลกิลืมตาขึ้น แต่สิ่งที่เห็นคือความมืดมิด สักพักสายตาจึงจะชินกับกลางคืน เทพหนุ่มชันกายขึ้นนั่งบนเตียงอุ่น ภาพในความฝันยังคงแจ่มชัดและตราตรึง ราวกับว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ 

 

"ข้ารู้...อีกไม่นานมันจะเกิดขึ้น" เสียงกระซิบแผ่วอันไร้ที่มาพัดผ่าน แต่โลกิสงสัยว่า มันมาจากตัวเขาเองหรือเปล่า

 

-----------------------------------------

ปล่อยรวดเดียวจบไปเลย จะได้ไม่ค้างคา(ไม่ว่าบล็อกจะยาวเท่าใดก็ตาม) ภาพประกอบจะตามมาทีหลัง ขอบคุณท่านที่ติดตามอ่านจนจบครับ 

edit @ 15 Jul 2012 13:59:50 by nh2dpun

Comment

Comment:

Tweet

@concuben  ตอนแรกผมเป็นสาย ธอร์เมะ นะ เพราะโลกิมันท่าทางเคะจริงๆ แต่ตอนนี้ผมเป็นพวกอะไรก็ได้ กรุจิ้นได้หมด สลับบทไม่สลับก็จิ้น เพื่อเปิดจินตนาการอันกว้างไกลตอนแต่งฟิค(?) คือ เห็นคู่นิยมมันมีเยอะแล้ว เลยลองแต่งที่ไม่ค่อยมีหรือมีน้อยดูบ้าง มันคงสนุกดี แล้วเลยแต่งไปเลย แต่ในกรณีฟิคของผมเรื่องนี้จะมีการสลับบทกันแน่นอน เพราะคิดว่าคนอย่างธอร์ คงอยากเป็นฝ่ายคุมมากกว่า ถึงจะยอมอ่อนข้อให้ก็เถอะ เพราะงั้นน่าจะเป็นสลับกันตามแต่สถนาการณ์ 
แล้วก็...ผมไม่เคยเขียนอีโรติคแบบสมบูรณ์เลยนะ มันไม่อายหรอก แต่ผมอยากบรรยายให้เป็นศิลป์มากกว่าฉากแบบนั้นเพียวๆ อ่ะ ซึ่งเขียนยากมาก...นี่ก็ถือเป็นครั้งแรกที่เขียนจนจบเลยนะเนี่ย;w;(มีกี่บรรทัดเอ๊ง)  
ขอบคุณที่เมนท์ให้คร้าบ

#4 By FIEPun on 2012-08-23 11:40

@concuben  ตอนแรกผมเป็นสาย ธอร์เมะ นะ เพราะโลกิมันท่าทางเคะจริงๆ แต่ตอนนี้ผมเป็นพวกอะไรก็ได้ กรุจิ้นได้หมด สลับบทไม่สลับก็จิ้น เพื่อเปิดจินตนาการอันกว้างไกลตอนแต่งฟิค(?) คือ เห็นคู่นิยมมันมีเยอะแล้ว เลยลองแต่งที่ไม่ค่อยมีหรือมีน้อยดูบ้าง มันคงสนุกดี แล้วเลยแต่งไปเลย แต่ในกรณีฟิคของผมเรื่องนี้จะมีการสลับบทกันแน่นอน เพราะคิดว่าคนอย่างธอร์ คงอยากเป็นฝ่ายคุมมากกว่า ถึงจะยอมอ่อนข้อให้ก็เถอะ เพราะงั้นน่าจะเป็นสลับกันตามแต่สถนาการณ์ 
แล้วก็...ผมไม่เคยเขียนอีโรติคแบบสมบูรณ์เลยนะ มันไม่อายหรอก แต่ผมอยากบรรยายให้เป็นศิลป์มากกว่าฉากแบบนั้นเพียวๆ อ่ะ ซึ่งเขียนยากมาก...นี่ก็ถือเป็นครั้งแรกที่เขียนจนจบเลยนะเนี่ย;w;(มีกี่บรรทัดเอ๊ง)  
ขอบคุณที่เมนท์ให้คร้าบ

#5 By FIEPun on 2012-08-23 11:40

เอาจริงๆนะคะคุณปัน เราจิ้นธอร์เคะ แล้วไม่สลับด้วย ห้าาาาห์!!! แต่ที่เราเขียนธอร์เมะ นี่คือเราสงสารคนอ่านอะ เพราะคนส่วนมากจิ้นธอร์เมะ และงานนั้นไม่ได้ทำเพราะแพสชั่น แต่ทำเพราะความสงสัย เพราะจริงๆเราไม่ได้จิ้น ธอร์กิ แล้วเห็นคนจิ้นเยอะ เลยเอ๊ะ จิ้นอะไรกัน แล้วถ้าจิ้น ทำไมไม่จิ้นกิเมะฟระ เมะออก ธอร์ออกจะงุงิ เราเลยเขียนธอร์เมะไปตามนั้น ด้วยความสงสัยมากอะไร แต่ไม่ใช่ไม่เห็นด้วยนะ เราเป็นคนสงสัยอะไรแล้วดำน้ำลงไปดูอะค่ะ
ต่อๆ พอได้อ่านธอร์ทูเวย์แล้ว เขินกว่าธอร์เคะอีกแน่ะ ทำไมมันหวิวหวิว

#3 By concuben on 2012-08-23 01:00

@potter-avengers ขอบคุณคร้าบ ถามว่าจะมีสลับไหม ถ้าเขียนต่อคงมีครับ ว่าแต่มันอีโรติคสินะ สินะ...ผมเขียนเป็นครั้งแรกนะเนี่ย;w; ถ้าชอบก็ดีใจครับ^ ^

#2 By FIEPun on 2012-07-22 17:48

เหอออ โลกิเมะ!!!! ธอร์เคะ!!! รึป่าว? จะมีสลับไหมเนี่ย?!?
สนุกดีคะ อีโรติกสุดๆ อ้าาาาา

#1 By Past-the-piz on 2012-07-15 17:05