(fiction) hunter : the end

posted on 05 Nov 2012 15:18 by nh2dpun in EXSH directory Fiction, Cartoon
พาร์ทจบ ต่อจากพาร์ทแรกอันนี้
 

[EXSH]ฟิควันฮัลโลวีน: hunter

 
---------------------------------------------------
 
Hunter

                เป็นมนุษย์ที่ไม่สมประกอบ เจ้าล่าเพื่ออะไร?

                ประโยคสองประโยคที่ตามหลอกหลอนข้า เมื่อข้ากลับหมู่บ้านเพื่อเติมเสบียงและยุทโธปกรณ์ ก่อนจะออกตามรอยเลือดของหมาป่าฝูงนั้นในวันพรุ่งนี้ คืนนี้ข้าจึงนอนอยู่ในห้องพัก หวังหลับเอาแรง แต่หลับไม่ลงเลย เพราะคำพูดของเจ้ามนุษย์หมาป่านั่น... ข้ากลายเป็นแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ว่ากันว่าคนเรามีความบิดเบี้ยวดำมืดอยู่ในใจ แต่มนุษย์มีความสามารถในการที่จะกดเก็บมันไว้ ความดีงาม ความถูกต้อง เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นไม่ใช่หรือ? กฎระเบียบก็ด้วย รู้ได้ยังไงล่ะว่าอะไรดีไม่ดี อะไรถูกไม่ถูก การที่ข้าอยากสังหารมนุษย์มันเป็นสิ่งที่ผิดจริงหรือ ธรรมชาติของเรามีแค่การสืบพันธุ์ กับหากินเพื่อไม่ให้ตาย แล้วเราชีวิตอยู่เพื่ออะไรล่ะ?

                ข้าเบิกตาโพลง จ้องมองเพดาน ...มีชีวิตอยู่...เพื่ออะไร...?

                ใครบางคนบอกว่า สิ่งที่มีค่าในชีวิตไม่ใช่เพรชนิลจินดา เงินทองหรือว่าลาภยศ แต่มันคือสิ่งที่เราทำให้ผู้อื่นในระหว่างที่มีชีวิตอยู่ต่างหาก นักล่าอย่างพวกข้าล่าเพื่อความปลอดภัยของเผ่าพันธุ์ ยามเมื่อช่วยเหลือสำเร็จก็จะได้รับคำขอบคุณ เมื่อนั้น...เพื่อนนักล่าหลายคนมักจะบอกข้าว่า...พวกเขามีความสุขแค่ไหนที่ได้เห็นรอยยิ้มของพวกชาวบ้านอีกครั้ง มีความสุขแค่ไหนที่ได้ยินคำขอบคุณ หรือแม้กระทั่งดอกไม้ดอกเล็กๆ จากเด็กน้อยบางคนแทนคำขอบคุณทั้งปวง...

                ข้า...ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจความรู้สึกพวกนั้น... หรือข้า...จะไม่สมประกอบจริงๆ...

 

                วันรุ่งขึ้นข้าออกจากหมู่บ้านแต่เช้า ทิ้งให้คำถามเมื่อคืนตกตะกอนอยู่ภายในใจ ข้าเริ่มแกะรอยตามเลือดของมนุษย์หมาป่าที่บาดเจ็บเมื่อคืนวานไป การแกะรอยนั้นต้องใช้สมาธิ และลางสังหรณ์อย่างมาก แต่ในที่สุดมันก็สัมฤทธิ์ผล หลังจากแกะรอยข้ามวันข้ามคืน ข้าก็มาถึงถ้ำแห่งหนึ่งอยู่ลึกเข้าไปในป่ามากยิ่งขึ้น เป็นถ้ำใหญ่ ข้าหลบอยู่ใต้ลม เลียบๆ เคียงๆ มอง มีร่องรอยการใช้ชีวิตอยู่เต็มไปหมด แน่นอนว่าเป็นการใช้ชีวิตแบบมนุษย์ แต่ก็มีร่องรอยของการใช้ชีวิตแบบหมาป่าอยู่ด้วย ซากสัตว์ที่ล่ามาได้และถูกทึ้งกินสดๆ แผ่หลาอยู่ที่ลานหน้าถ้ำ เห็นได้ชัดว่าคืนนี้อาจมีการจัดการอีกรอบให้สิ้นซาก ถ้ำนั้นเงียบสนิท และรอบบริเวณก็เงียบเชียบ ข้ากำลังจะผละออกสำรวจรอบๆ หาที่ตั้งห้าง พลันก็ได้ยินเสียงที่ทำให้หูตั้ง เสียงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด ดังลอดออกมาจากถ้ำนั้น

                “อดทนหน่อย เดี๋ยวก็ได้สมุนไพรมาทำยาให้แล้ว” เสียงของผู้หญิงลอยออกมา

                “เจ้าบ้านั่น! มีแค่ตัวเดียวแท้ๆ แต่เรากลับล้มมันไม่ได้ บ้าชะมัด!” เสียงสบถของชายหนุ่ม

                “มันเป็นหมาป่าฝูงไหน?” เสียงของผู้ชาย อ่อนเยาว์กว่าคนแรก

                “ไม่รู้สิ...หัวหน้าออกไปหาอาหารอยู่ อาจจะได้คำตอบอะไรกลับมาบ้างก็ได้” เป็นเสียงโอดโอยของคนแรก

                “แล้วทำไมเราต้องมาใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ แบบนี้ด้วย ทำไมเราไม่หาเมืองใหญ่สักเมืองอยู่แล้วล่าล่ะ มาอยู่ในป่าแบบนี้ยังกับสัตว์ป่าเลย” เสียงอ่อนเยาว์นั้นพูดอย่างหงุดหงิด

                ข้าไม่ใช่พวกชอบฟังคนอื่นเท่าไหร่นัก ดังนั้นจึงวางกับดักเงียบๆ รอบๆ ถ้ำอย่างรวดเร็ว รอให้หัวหน้าและฝูงที่เหลือกลับมาก่อน แล้วค่อยส่งพวกมันทั้งหมดลงนรกไปพร้อมๆ กัน จากนั้นข้าก็ขัดห้างเพื่อซุ่มรอพวกมัน ห่างจากถ้ำหลายเมตรอยู่ มีใบไม้กิ่งไม้ตามธรรมชาติเป็นเกราะกำบัง จากจุดที่ข้าเลือก ข้าเห็นลานหน้าถ้ำได้ถนัด แต่เจ้าพวกมนุษย์หมาป่าจะไม่เห็นข้า ที่สำคัญคือข้าไม่อยู่ในทิศทางลม แต่ก็แค่หวังว่าตอนที่พวกฝูงกลับมาลมจะไม่เปลี่ยนทิศ

                จากนั้นก็เป็นเวลาแห่งการรอคอย

                ย่ำค่ำในป่านี้มืดเร็วนัก เพราะหลังคาใบไม้ที่หนาทึบทำให้ป่ามืดลงอย่างรวดเร็ว ข้าก็ได้ยินเสียงการกลับมาของฝูง เดินออกมาจากอีกฟากของห้าง มีกันประมาณเจ็ดแปดตัว ชายร่างสูงใหญ่ใบหน้าเหี้ยมที่เดินนำมาดูท่าจะเป็นจ่าฝูง ลูกน้องที่ตามมาแบกซากสัตว์ที่ล่ามาได้ด้วย แล้วข้าก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมาจากในถ้ำ ด้วยระยะที่ไกลจึงไม่ได้ยินว่านางพูดอะไรกับจ่าฝูง หลังจากนั้นข้าก็รอให้พวกฝูงเข้ามาอยู่ในอาณาเขตที่ข้าทำไว้ เมื่อพวกมันเข้ามาในกับดักกันหมดแล้ว ข้าจึงจุดไฟที่ปลายไม้ชุบน้ำมัน แล้วหย่อนลงไปด้านล่าง ขอบคุณที่ลมไม่เปลี่ยนทิศ

                เมื่อเปลวแตะกับน้ำมันไร้กลิ่นที่ข้าแอบราดไว้ตั้งแต่กลางวัน ไฟก็ลุกพรึ่บ วิ่งตามเส้นที่ข้าขีดไว้ไปล้อมรอบถ้ำ นี่คือเขตอาคมไฟ มันจะลดทอนกำลังของปีศาจทุกชนิด ไม่ว่าจะแวมไพร์หรือมนุษย์หมาป่า เมื่อถ้ำโดนไฟล้อมไว้หมดแล้ว พวกมนุษย์หมาป่าก็ตื่นตระหนก ตัวจ่าฝูงโผล่ออกมาจากถ้ำพร้อมลูกน้อง เปลี่ยนร่างเป็นหมาป่าเตรียมพร้อมสู้ ข้าถอนหายใจ เสียดายที่พวกนั้นไม่อยู่ในร่างมนุษย์ ก่อนจะลงจากห้าง แล้วไปสังหารหมู่มนุษย์หมาป่าฝูงนั้น

                ระเบิด ให้ผลลัพธ์ได้มากกว่าปืน แต่กระนั้นตัวจ่าฝูงไม่ใช่มนุษย์หมาป่าดาดๆ มันค่อนข้างทนเวทมนตร์และสารเงิน ข้าจึงต้องสู้หืดขึ้นคอ อาวุธทุกอย่างที่มีถูกงัดออกมาใช้ บทสวด แม้แต่เครื่องราง กว่าจะล้มตัวหัวหน้าได้ก็มีแผลฉกรรจ์กลางอก เลือดไหลโกรกน่ากลัว ส่วนลูกฝูงตัวอื่นๆ ถ้ายังไม่ตายก็สาหัสกว่านัก ปล่อยทิ้งไว้ก็ตายเอง

                “กฎของการล่าปีศาจที่อยู่เป็นฝูงของนักล่า เขาให้นักล่ารวมกลุ่มกันไม่ใช่เหรอ...” เสียงนุ่มดังขึ้นด้านหลัง ข้าหันขวับไปมองอย่างตระหนก ชายหนุ่มท่าทางหล่อเหลาคนหนึ่งก้าวฝ่าเปลวไฟเข้ามาอย่างไม่สะทกสะท้าน ตามหลังด้วยหญิงสาวและชายหนุ่มอีกสามคน

                ทันใดข้าก็สำเหนียกได้ว่านี่ต่างหาก จ่าฝูงที่แท้จริง ตัวที่ข้าเพิ่งสังหารไปเป็นแค่ลูกน้องระดับสูง และเจ้าลูกน้องระดับเดียวกันก็มีตั้งสามตัวยืนอยู่ข้างหลังไอ้จ่าฝูงหน้าหล่อนี่ ข้าแค่นยิ้มให้กับชะตากรรมของตัวเอง ถูกของมันที่การล่าปีศาจเป็นฝูง ฝ่ายนักล่าเองก็ต้องมีพรรคพวกด้วยเหมือนกัน แต่ข้า...ชอบการฉายเดี่ยวมากกว่า และเหนือสิ่งอื่นใด ข้าก็ใช้ชีวิตแบบนี้มาตั้งแต่เริ่มอาชีพนักล่าแล้ว... ใช้ชีวิตแบบตายเมื่อไหร่ก็ได้นี่น่ะ ข้ากางแขนออก เปิดลำตัวว่าง แผลสาหัสขนาดนี้ไม่มีแรงจะสู้หรอก เพราะอย่างนั้น...ก็ตายมันซะเลยดีกว่า

                “ขอครั้งเดียวจบนะ” ข้าพูด ตัวจ่าฝูงจ้องข้านิ่ง แล้วกลายร่าง ก่อนจะพุ่งเข้าหาข้าอย่างดุเดือด ข้าไม่หลับตา รอรับคมเขี้ยวที่อาจทรมานข้าไปเรื่อยๆ จนกว่านจะตาย หรือขบข้าให้สิ้นในครั้งเดียว แต่แล้ว ข้าก็เห็นสีเงินๆ เผ่นวูบเข้ามาในสายตา กระแทกเจ้าจ่าฝูงตัวนั้นกระเด็นไป ก่อนที่มันจะมาถึงตัวข้า อย่างว่องไว ลูกน้องอีกสามตัวก็เปลี่ยนร่าง แล้วพุ่งตามไป ข้าค่อยๆ หันไปมอง หมาป่าสีเงินที่ฟัดกับหมาป่าสีเทาดำ เจ้าเทพพิทักษ์นั่น...ฟัดกับจ่าฝูง ข้าไม่อยากเข้าข้างตัวเองนัก และมั่นใจว่าเป็นการคิดเองเออเอง แต่ข้าเชื่อว่า เจ้าเทพพิทักษ์นั่นมาเพื่อช่วยข้า

                ข้าถอยออกมาจากการต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายนั้น แล้วข้าก็ได้ตระหนัก ว่าแท้จริงแล้วเจ้าเทพพิทักษ์นั่น เก่งไม่ด้อยไปกว่าจ่าฝูงเลย งั้นเมื่อคืนวานที่สะบักสะบอมขนาดนั้นล่ะ? ออมมืองั้นหรือ จะอย่างไรก็ตาม เจ้าเทพพิทักษ์ก็เริ่มตกที่นั่งลำบากเสียแล้ว เพราะคราวนี้ที่รุมมันอยู่ไม่ใช่แค่มนุษย์หมาป่าธรรมดา แต่เป็นระดับสูง แม้จะเป็นแค่ลูกน้องก็ตาม อะไรบางอย่างดลใจให้ข้าคว้าปืนจากพื้น บรรจุกระสุนเงินที่ยังเหลืออยู่ แล้วยิงเจ้าลูกน้องทิ้งนัดละตัว จนเหลือแค่เจ้าเทพพิทักษ์กับจ่าฝูงฟัดกันเท่านั้น

                ดินฟุ้งกระจาย ใบไม้ปลิวว่อน เลือดสาดกระเซ็น ในที่สุด เจ้าเทพพิทักษ์ก็ถูกเหวี่ยงมาทางข้า เลือดโทรมกาย ย้อมขนสีเงินซึ่งเป็นขนแท้ให้กลายเป็นสีแดง แล้วเจ้าจ่าฝูงก็ค่อยๆ เยื้องกรายมาทางเจ้าเทพพิทักษ์ ซึ่งข้าอยู่บนเส้นทางของมัน ข้ามองมัน แต่มันไม่สนใจข้า แสดงว่าข้าไม่ใช่เหยื่อที่น่าสนใจ แล้วจ่าฝูงก็กระโจนเข้ามา ข้าถอยหลอบ รอดูการปิดฉาก ทว่าเจ้าจ่าฝูงกลับข้ามเจ้าเทพพิทักษ์มา ข้าเบิกตากว้าง มันแค่แกล้งทำเป็นไม่สนใจเท่านั้น ข้ารีบยกปืนขึ้น พอดีกับที่มันกระโจนมา แล้วลั่นไก

               ไม่มีกระสุนพุ่งออกไป ก่อนที่ข้าจะได้สถบ ความเจ็บท