[EXSH]Hell Rising/The designer

posted on 24 Nov 2012 20:56 by nh2dpun in EXSH
มันไม่ใช่งานหรอก แต่ก็อยากทำ คอมมูนี้ข้าพเจ้ามีลูกสองตัวเชียวนะ(พราก) จะทิ้งตัวใดตัวหนึ่งไปก็หาได้ไม่ เพราะมันเชื่อมโยงกันด้วยสายใยแห่งความ(รัก)ตายซะด้วยสิ
 
 
คำเตือน มันยาวนะ เพราะขี้เกียจหั่น
------------------------------------------

                สวัสดี ผมชื่อ ก้องเกียรติ พิทักษ์ราช เป็นคนไทยแท้ๆ ตั้งแต่สัญชาติยันเชื้อสาย และเออ...ผมมาที่นิวยอร์คซิตี้นี่ หนึ่งเพื่อทำงาน สองเพื่อเที่ยว มาพักที่นี่ก็ได้หลายวันอยู่ สักสองสามวันได้แล้วมั้ง แต่ไม่เค้ย ไม่เคยจะเจอไอ้ หัวฟักทอง อะไรนั่นที่ออกข่าวอยู่ เคยแต่นั่งแท็กซี่ผ่านจุดเกิดเหตุเท่านั้น แค่เห็นก็ยังขนลุก แล้วทำไม...ทำไมกัน คืนนี้ที่ผมกลับจากบาร์ ในซอยอันเปล่าเปลี่ยวราวกับสถานที่รกร้าง ถึงได้มี พัมกิ้นเฮด โผล่มาตั้ง ตัวหนึ่งกันล่ะ!!!

                และตอนนี้ ผมกำลังวิ่งหนีมันสุดแรงเกิดอยู่ มันกวดตามหลังผมมาไม่ลดละ ท่าทางหิวโซ โน่ววววว เนื้อฉันไม่อร่อยหรอกนะ อย่ากินฉันเลย ให้ตายสิ ถึงผมจะอ่านแผนที่มาก่อนแล้ว แถมติดแผนที่มาด้วย แต่ผมไม่มีเวลาที่จะมากางแผนที่เลย และแผนที่ในหัวก็เลือนรางเกินไปที่จะตัดสินว่าซอกซอยไหนจะทำให้ผมหนีมันพ้นได้ ผมได้ยินเสียงฝีเท้ามันหายไป แล้วกระทบพื้นอีกทีแบบใกล้ชิด มันกระโดดมาหาผม! โดยไม่คิด ผมวิ่งไปไต่กำแพงสองทีแล้วตีลังกากลับหลังหนีกรงเล็บของมัน ทั้งยังทำให้ผมพลิกสถานการณ์มาอยู่ด้านหลังมันด้วย แต่ผมจะไปสู้อะไรได้ล่ะ อาวุธก็ไม่มี ไม่ได้พกเลยนอกจากมีดพับเล่มเดียว แล้วผมก็ไม่ใช่พระเอกเกมที่สามารถผ่านด่านด้วยมีดพับเล่มเดียวหรอกนะ ผมจึงหันหลังแล้วออกวิ่งอีกครั้ง ทบทวนแผนที่ในหัว ถ้าวิ่งออกไปที่ถนนใหญ่ที่มีรถเยอะๆ น่าจะพอหนีเอาตัวรอดได้ เหอ ผมเห็นโอกาสแล้ว มันไวพอจะไต่ตามผมขึ้นไปถึงดาดฟ้าตึกแถวนี้รึเปล่านะ

                ผมเหนี่ยวตัวตามท่อน้ำขึ้นไปบนตัวอาคารแห่งหนึ่ง กระโดดเกาะกับบันไดหนีไฟ มันก็ตะกายตามมาไม่ลดละ ผมเหวี่ยงตัวเองขึ้นไป ปีนขึ้นไปจนถึงดาดฟ้า กำลังคิดจะฟรีรันนิ่งหนี แล้วก็พบกับ...กองเชือก! กองเชือกแปรงทาสี และสีทาบ้าน อ่าฮ้า ประจวบเหมาะอะไรเช่นนี้ ผมคว้าถังสีที่มีสีอยู่ครึ่งถัง แล้วรอจังหวะ

                มันกระโดดตามผมขึ้นมาบนดาดฟ้า มองซ้ายมองขวาหาผมซึ่งหลบอยู่ในเงามืด ผมถลาเข้าไปหาพร้อมสาดสีใส่หน้ามัน เจ้าเอเลี่ยนร้องอย่างตกใจแล้วผงะเล็กน้อย เพียงพอแล้ว เวลาน้อยเกินจะวางกับดักด้วยเชือก ผมเลยใช้ทั้งอย่างนั้น ตวัดเชือกรอบขาแล้วดึงให้ล้ม ก่อนที่มันจะลุกได้ก็สะบัดเชือกที่ยาวเฟื้อยให้พันรอบคอมันหลายทบ แล้วเอาไปผูกกับช่องระบายอากาศที่โผล่ออกมาบนดาดฟ้า มันดิ้น พยายามจะตัดเชือก ซึ่งเล็บยาวๆ ของมันทำได้แน่ ดังนั้นก่อนที่มันจะตัดเชือกขาด ผมจึงปามีดพับของตัวเองไปปักที่หัวมัน มันกรีดร้อง สองมือตะกุยมีดพยายามปัดให้ออกจากหัว ผมเอาถังสีราดใส่หัวมันอีก มันหลับตา ดีดดิ้นเหมือนไส้เดือนโดนน้ำร้อนลวก เชือกไม่แข็งแรงพอ มีทางเลือกอยู่สองทาง ฆ่ามันซะ ไม่งั้นก็ทำให้มันปางตายแล้วส่งกลับแล็บของตัวเองทั้งเป็นๆ หรือ ทำให้มันตายก่อนแล้วส่งกลับแล็บ อ้าว! มีสามทางหรอกเหรอ แต่มันคงมีมากกว่านี้แหละ

                บนดาดฟ้าไม่มีอะไรที่แข็งแรงพอจะใช้เป็นอาวุธ นอกจากมีดพับของผมที่ปักหัวมันอยู่ สีทาบ้านสร้างความลำบากให้กับมัน อาจจะทำปฏิกิริยาอะไรกับผิวหนังมันก็ได้ เชือกเองก็เริ่มจะหมดขลัง ผมต้องรีบตัดสินใจ มือที่เต็มไปด้วยเล็บของมันอันตรายที่สุด ผมปีนขึ้นไปบนช่องระบายอากาศที่ใหญ่พอให้ขึ้นไปยืน แต่ไม่แน่ใจว่าแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนัก แล้วกระโดดทิ้งเข่าลงมากลางอกมัน มีเสียงแอ้กแบบแหบๆ ดังลั่น  แขนขากระเด้งขึ้นเกร็งๆ แล้วตกลงทันที เอาล่ะ...มันหมดฤทธิ์ชั่วครู่ แต่ก็นานพอที่ผมจะหักแขนทั้งสองข้างของมันเพื่อตัดทอนกำลัง ทีนี้ก็เหลือแค่ขา...

                เชือกช่วยให้ผมรอดชีวิต เออ สีทาบ้านด้วย แต่ผมก็สะบักสะบอมพอควร แม้ว่ามันจะถูกล่ามไว้กับช่องระบายอากาศ มันก็ยังคงดิ้นอย่างพยายามเอาตัวรอดสุดๆ ซึ่งทำให้ผมที่เป็นเพียงมนุษย์ตัวกระจ้อยร่อยต้องมีบาดแผลบ้างอะไรบ้าง แต่ในที่สุด ด้วยอุปกรณ์สองอย่างข้างต้น ก็ทำให้มันสิ้นท่าและผมยังมีชีวิตอยู่ ผมนั่งหอบอยู่ข้างๆ ซากที่ยังมีลมหายใจ จะทำยังไงกับมันดีนะ....จะพามันกลับโรงแรมยังไงไม่ให้ถูกตรวจสอบเจอ ผมโทรหา ลูกทีม ของผมสองคนที่มาด้วยกันกับผม ให้เอาอุปกรณ์หลายๆ อย่างมา เพื่อกู้ซากที่ยังมีชีวิตอยู่นี้กลับไปที่โรงแรม แล้วหาทางส่งกลับไทยให้ ลูกทีมที่เหลือ ซึ่งประจำอยู่ที่แล็บในไทยจัดการกับเจ้าซากนี่ต่อไป

                สำหรับคืนนี้ ช่างเป็นคืนที่ระทึกขวัญจริงๆ ในสภาพที่ไม่พร้อมแบบนี้ ขอเจอแค่ตัวเดียวเถอะ... หืม...ผมหูฝาดหรือเปล่า แต่คิดว่าเหมือนได้ยินเสียงคำรามจากที่ไหนสักแห่งใกล้ๆ นี้นะ... โอ้....ไม่...แค่ตัวเดียวก็พอแล้ว โธ่! สวรรค์ช่างไม่ปรานีผมเอาเสียเลย!!

                จะว่าไป...สุดสวยเชนอยากได้เจ้านี่เป็นของฝากบ้างรึเปล่านะ?

 

                มันล่ากันเป็นฝูงงั้นรึ?...คำถามนี้ผุดขึ้นในหัว ขณะนั่งหลบอยู่ในมุมตึกมืดที่มีถังขยะ คอยให้หัวฟักทองอีกสามสี่ตัววิ่งผ่านไป พอเห็นว่าพ้นแล้วก็ถอนหายใจ รีบโผล่ออกมาจากที่ซ่อน แล้วหนีไปให้ไกลจากที่นั่น บนดาดฟ้า หลังจากจัดการกับตัวแรกเสร็จแล้ว จู่ๆ พวกมันก็โผล่มาเพิ่มอีกหกตัว เยอะมาก เยอะเกินไป เยอะจนน่าสงสัยว่ามันล่ากันเป็นฝูงหรืออย่างไร แต่ยังไงก็ตาม สุดท้ายผมก็หักคอมันอีกสอง ก่อนจะหนีหัวซุกหัวซุนมาหลบที่นี่ จะล่ากันเป็นฝูงรึเปล่าไม่รู้ แต่สัตว์ที่ใกล้เคียงสัตว์เลื้อยคลานไม่น่าจะล่ากันเป็นฝูงเท่าไหร่ ไม่ได้ดูเนชั่นแนลจีโอกรากฟิกหรือสำรวจโลกบ่อยๆ ซะด้วยสิ แง พอวิ่งมาได้สักพัก โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ไม่ต้องดูเบอร์ก็รู้ว่าใคร ผมกดรับ

                ‘งาย บอส หัวฟักทองของบอสปลอดภัยแล้วล่ะ อยากได้ความช่วยเหลือไหม?’

                “คิดว่าตอนนี้ไม่จำเป็นแล้วล่ะ ทำไมจู่ๆ เรียกฉันว่าบอสวะ ยีนส์”

                ‘มันทำให้เราดูเท่ออก เอ้อ...แป๊บนะ...(เงียบไปครู่)ก้องเอ้ย ดูเหมือนเชนที่รักของนายโดนเจ้าหัวฟักทอง เล่นงานว่ะ’

                “จริงเหรอ” ผมใจหายวูบ เชนเนี่ยนะ ได้ข่าวว่ามานิวยอร์คเหมือนกัน แต่ยังไม่ได้ไปหาไปทักทายเลย จู่ๆ ก็โดนเล่นซะแล้วเหรอ “ตอนนี้เชนเป็นไงบ้าง”

                ‘ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลแล้ว’ ปลายสายรายงาน แล้วบอกว่าอยู่โรงพยาบาลไหน พอดีเลย ผมมีแผล ถ้างั้นแวะไปทำแผลสักหน่อยเป็นไร พอวิ่งมาออกมาจากซอย ก็เจอรถตู้ปาดหน้ามาจอดดัก ประตูเลื่อนเปิดออก ยีนส์ หนึ่งในลูกทีมผมเดดร็อคโผล่หัวออกมายิ้มยียวน แต่แล้วเจ้าตัวก็เบิกตาอ้าปากค้างเหมือนเห็นผี ก่อนจะคว้าอะไรสักอย่างโยนใส่มือผม

                “ข้างหลัง!” เขาตะโกน พร้อมกับที่ผมหันไปเล็งลูกซองยิงใส่หัวฟักทองอีกสี่ตัว มีตัวหนึ่งหงายหลังไป แรงถีบปืนทำให้แผลระบม แต่อีกสามตัวไม่ยอมแพ้ ผมจึงกราดลูกซองใส่จนแน่นิ่งไปทุกตัว ไม่ทันได้หันกลับไปหารถก็ถูกยีนส์ดึงหลังเสื้อขึ้นมา เขาจัดการปิดประตูอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องบอกรถก็เหวี่ยงตัวเองออกไปทันที

                “จะไปโรงพยาบาลรึเปล่า” ยีนส์หันมาถาม

                “อืม...ลาล่า ช่วยพาไปทีนะ” ผมพยักหน้าและบอกกับคนขับ ลาล่า สาวหนึ่งเดียวในทีมของผม ภรรยาของยีนส์ และ...เธอก็ทำทรงเดดร็อคเหมือนกันกับสามีของเธอด้วย

                “จะไปหาเชนหรือไปทำแผลล่ะ” เธอพูดยิ้มๆ

                “ทั้งสองอย่าง”

                แม้จะปลอดภัยอยู่ในรถตู้ แต่ผมก็ไม่ได้ผ่อนคลายเท่าไหร่นัก เชนโดนเล่นงานโดยเจ้าพวกฟักทองเหมือนกันงั้นเหรอ... ผมรู้ว่าหมอนั่นไม่เป็นอะไรมากหรอก อึดตายยากจะตายไป...แต่ว่า มันแพ้อาหารทะเลนี่ แล้วมันจะรับน้ำเกลือได้เหรอ...เอ๊ะ ผมเล่นมุกแป้กเหรอ ช่างเหอะสำหรับตอนนี้ผมก็แค่รอให้ลาล่าขับไปถึงโรงพยาบาล...

                ตัดจบแค่เนี้ยแหละ

---------------------------------------------------------------
พาร์ทของก้องงงง ไม่มีอะไรมาก ถ้างงกันก็ขออภัยด้วยครับ
 

edit @ 13 Jul 2013 00:16:15 by nh2dpun

Comment

Comment:

Tweet

@yabyuyee ก้องกับเชนยังไม่มีความสัมพันธ์แบบลึกซึ้งครับ ก้องยังจีบไม่ติด แต่ของคุณยู่ยี่ก็ดีออกนะ น้องแครอลน่าปกป้องมาก น่าร้ากสุดๆ ถึงจะดูดราม่าๆ ก็เถิด;w;

#4 By FIEPun on 2012-11-29 09:21

ก้องกับเชนมีความสัมพันธ์แบบนั้นกันเหรอเนี่ย.../รู้สึกตกข่าว
ดูแล้วคุณก้องทำงานแบบมืออาชีพมากเลยนะเนี่ยอาวุธครบแถมมีทีมด้วย 
ก็อ่านรู้เรื่องไม่งงนะคะ ขยันมากเลยอ้ะ แต่งให้ทั้งสองคนพอ ๆ กัน
เทียบกับของเราแล้วละอายใจเลย ;w;

#3 By ยู่ยี่. on 2012-11-27 01:25

ก้อง....ผู้ชายที่เท่และฮาในคนเดียวกัน /เชิยคุณก้องไปตลกคาเฟ่/โดนตบ
แหม แหม่ แหม้ แหม๊...มีก้องเชนนิดๆด้วยอ่ะ... แหมม เชนคนสวย แหมๆ /เลิกแซวเถอะ
สุดท้ายเราก็ยังยืนยันว่าคุณก้องเป็นnpcคอมเมดี้(?)

#2 By witchcraft on 2012-11-25 09:42

เฮียก้องดูจัดการกับหัวฟักทองอย่างชาญฉลาดมากนะ ฮา
เสียดายนึกว่าจะเป็นคนไปช่วนเชน
ถ้าไปคงโรแมนซ์ดีแท้

#1 By +tUai+ on 2012-11-24 21:55