EXSH

[Fiction]ลอยกระทง

posted on 08 Dec 2012 15:15 by nh2dpun in EXSH directory Fiction

Title: ลอยกระทง

Author: nhdpun

Fandom: -

Pairing: ก้องxเชน

Rating: G

Author's Notes: ลอยกระทง ช้าไป ช้าไปมาก เราอัพช้าไป แถมไม่มีอะไรด้วย แต่ก็อยากเขียน

 

 

                ท้องฟ้าของเมื่อวานนี้ก็คล้ายกับวันนี้ มีก้อนเมฆ ดวงดาว และดวงจันทร์กลมโตสีซีดที่สว่างไสว ราเชนเงยหน้ามองมัน ตอนนี้เขาอยู่ที่ท่าเล็กๆ ริมน้ำ รู้สึกว่าจะเป็นของก้องนี่แหละ ท่าริมน้ำเล็กๆ ในบ้านหลังน้อยๆ ที่ก้องซื้อไว้ ราเชนเพิ่งจะรู้ว่าก้องเกียรติมีบ้านที่อื่นนอกจากคฤหาสน์ใหญ่โตก็วันนี้ เสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง ชายหนุ่มหมุนตัวกลับไปดู เป็นชายหนุ่มที่อายุมากกว่าสองปี หอบโคมลอยไว้ใต้แขนข้างหนึ่ง ส่วนสองมือก็ประคองกระทงใบตองเล็กๆ ดูน่ารักไว้ เขายิ้มกว้างเมื่อราเชนหันมามอง

                “ปล่อยโคมด้วยหรือ?” ราเชนเอ่ยถามขณะไปรับกระทงสองบใบมาจากมือก้องเกียรติ เพื่อให้อีกฝ่ายได้ถือโคมที่ทำจากกระดาษนั้นอย่างถนัดมือ

                “แน่นอน ตอนแรกว่าจะเอากะลามะพร้าวมาทำกระทง แต่ก็ทำกระทงใบตองมาแล้ว” ชายหนุ่มร่างสูงพูดอย่างร่าเริง

                “ทำกระทง? กระทงนี้ก้องทำเองหรือ” ราเชนถามอย่างแปลกใจนิดหน่อย

                “เปล่า เพื่อนทำให้” ก้องเกียรติตอบพลางยักคิ้ว วางโคมไว้ที่พื้นท่าซึ่งทำจากไม้ แล้วล้วงไฟแช็กออกมาจุดธูปและเทียนในกระทงทั้งสองใบ ราเชนมองเปลวเพลิงที่ลุกไหม้บนไส้เทียนนั้นอย่างสนใจ

                ความมืด ดวงจันทร์ สายน้ำ กระทง แสงเทียน และมีกันแค่สองคนอย่างนั้นเหรอ...

                “โรมแนติคใช่ป่ะ” ก้องที่สังเกตว่าอีกฝ่ายเอาแต่จ้องเทียนเอ่ยขึ้นยิ้มๆ ราเชนเงยหน้าขึ้นมอง แล้วยิ้มบางตอบรับ

                “บรรยากาศโรแมนติคดี น่าเสียดายนะที่ไม่ได้มากับแฟน”

                “มีกันแค่นายกับฉันก็โรแมนติคจะแย่” ก้องเอ่ยยิ้มๆ กึ่งหยอกเล่นนิดๆ ราเชนเพียงแค่ยิ้มแล้วพยักหน้าเบาๆ ชายหนุ่มยกกระทงของตัวเองออกมาจากมือของราเชนใบหนึ่ง แล้วเดินไปที่ริมท่า นั่งยองๆ หันไปมองอีกคนที่มานั่งยองอยู่ข้างๆ เช่นกัน จากนั้นก้องเกียรติก็หลับตาอธิษฐานอะไรกับกระทงเงียบๆ คนเดียว เสร็จแล้วก็ลืมตาขึ้น แล้วค่อยๆ วางกระทงลงบนผิวน้ำโดยไม่รอราเชน ก่อนจะปล่อยให้มันไหลไปตามกระแสน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา ราเชนที่อธิษฐานเสร็จช้ากว่าก็ค่อยๆ หย่อนกระทงลงบนน้ำ แล้วดันให้มันลอยตามออกไปทีหลัง แสงไฟสองดวงกะพริบวูบไหวเพราะแรงลม ลอยออกไปท่ามกลางกระแสน้ำของแม่น้ำใหญ่ ทั้งคู่มองมันอยู่เงียบๆ ครู่หนึ่ง แล้วราเชนก็เสยผมพลางถอนหายใจ

                “ลมแม่น้ำเย็นดีนะ” ชายหนุ่มร่างเพรียวเปรียเบาๆ ผมของเขาถูกรวบดึงไปด้านหลัง แต่บางส่วนก็ตกปรกล้อมใบหน้า แววตาของชายหนุ่มวูบไหวเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย แต่ก้องเกียรติก็สังเกตเห็นได้

                “ฉันไม่ค่อยเห็นนายเสยผมตอนอยู่นอกเวลางานแฮะ แต่ฉันสนใจว่าทำไมบุคลิกนายถึงเปลี่ยนไปตอนเสยผมมากกว่า” ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้น มันเป็นสิ่งที่ดึงความสนใจของเขาเอาไว้จนไม่ได้ฟังคำพูดก่อนหน้านี้ของราเชน

                “ก้องมาสนใจกับอะไรเล็กน้อยๆ แบบนั้นกันล่ะ เรามาลอยกระทงกันไม่ใช่เหรอ ทำไมมาพูดเรื่องทรงผมของเชนซะแล้วล่ะ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วใส่ ก้องเกียรติหัวเราะเบาๆ ขณะหันกลับไปมองกระทงที่ลอยไกลออกไปทุกที

                “ก็มันสงสัยนี่นา บุคลิกของนายนอกเวลางานก็ไม่ค่อยเหมือนตอนอยู่ในงานด้วย แต่เราค่อยคุยทีหลังก็ได้” พูดพลางก้มลงไปหยิบโคมกระดาษที่มีสองอัน ชายหนุ่มยื่นอันหนึ่งให้ราเชน ซึ่งรับมาอย่างสนใจ จากนั้นทั้งคู่ก็ทำให้เชื้อเพลิงที่เป็นแกนกลางลุกไหม้ ต่างจับที่ขอบโคมแล้วใช้มืออีกข้างดึงปลายโคมกระดาษให้ตึง รอจนกระทั่งเกิดมวลแก๊ซที่หนาพอจะทำให้โคมลอยขึ้นไป จึงค่อยปล่อยโคมที่ส่องแสงสีส้มสดสว่างให้ลอยออกไปกลางท้องฟ้ายามราตรี ทั้งคู่มองมันที่ค่อยๆ ลับตาไป ท่ามกลางลมเย็นของแม่น้ำยามค่ำ ความสงบ ความเย็นสบาย แสงนวลตาจากดวงจันทร์ ราวกับช่วงเวลาได้หยุดนิ่ง

                “เอ๊ะ! เทียนดับซะแล้ว” ราเชนพูดขึ้นเบาๆ ก้องเกียรติละสายตาจากโคมไปมองกระทงที่ลอยออกไปไกล เขายังเห็นแสงวับแวมของเทียนในกระทงของเขาอยู่ แต่ทว่าเขาไม่เห็นแสงอีกดวงที่ควรจะมี

                “น่าเสียดายนะ” ก้องเกียรติพูดเพียงแค่นั้น แล้วต่างก็เงียบงันกันไปอีกครั้ง ในความเงียบอันทรงพลัง มีบางสิ่งกำลังไหลเวียนอยู่ในอากาศ บรรยากาศที่เย็นสบายกำลังสั่นไหว

                “ฉันมีเรื่องจะคุยกับก้อง” ราเชนเอ่ยขึ้น มีบางอย่างที่แตกต่างไปในน้ำเสียง ก้องเกียรติค่อยๆ หันไปมองคนพูด ที่ก็ค่อยๆ หันมามองเช่นกัน ทั้งคู่ประสานสายตานิ่งงัน

                “เรื่องอะไรเหรอ?” ชายหนุ่มร่างสูงเอ่ยถามอย่างสนใจ

                “ดีไซเนอร์บอกว่า ก้องรู้เรื่องที่ฉันทำในเบื้องหลังแล้ว ที่ว่าฉันเป็นฆาตกรต่อเนื่องน่ะ” ราเชนตอบ หัวข้อเรื่องที่ยกขึ้นมาอาจจะดูตึงเครียด แต่คนพูดกลับมีท่าทีสบายๆ และมั่นใจในตัวเองอย่างมาก ซึ่งก้องก็เพิ่งสังเกตเห็น บุคลิกนั้นเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่มันเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเป็นคนละคน

                “ฉันก็บอกเขาไปว่าฉันไม่เชื่อ” ก้องเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “คนน่ารักอย่างนายไม่ทำเรื่องพรรคนั้นหรอก แล้วถ้านายเป็นฆาตกรต่อเนื่องน้ำกรดนั่นจริงๆ ฉันก็น่าจะตายไปแล้วล่ะ” เขาเสริม ซึ่งคำพูดนั้นทำให้อะไรบางอย่างในตัวของราเชนไหววูบ ทว่าใบหน้ายังคงรักษาความสบายๆ เอาไว้ได้ ชายหนุ่มผมบ๊อบคลี่ยิ้มขำ แล้วส่ายหน้าช้าๆ

                “อายุนายมันเกินเกณฑ์ ฉันสนใจแต่เด็กกับวัยรุ่นเท่านั้นแหละ” ราเชนตอบตามความจริง แต่ในตอนนี้ บรรยากาศ และการแสดงออกของแต่ละคน ทำให้มันดูราวกับเป็นเรื่องตลกเรื่องหนึ่งก็ไม่ปาน ก้องเกียรติหัวเราะหึ

                “สมมติว่าฉันเชื่อ แล้วสมมติว่านายเป็นจริงๆ งั้นตอนนี้ก็เท่ากับว่าฉันกำลังคุยอยู่กับฆาตกรต่อเนื่องชื่อดังคนนั้นสินะ” ชายหนุ่มเอียงคอมองอีกฝ่ายยิ้มๆ “ไม่คาดคิดมาก่อนว่าฆาตกรต่อเนื่องนั่น จะน่ารักขนาดนี้”

                “หึ นั่นมันใช้กับฉันไม่ได้นะ” ราเชนส่ายหน้าเบาๆ อย่างนึกขัน ชายหนุ่มผู้อายุน้อยกว่าเบนสายตาจากใบหน้าของคู่สนทนาไปสู่ผืนน้ำดำสนิทของแม่น้ำแทน

                “งั้นตาฉันถามมั่ง นายนึกไงเอาบุคลิกตอนเข้างานสังคมมาใช้เนี่ย มันดูไม่น่ารักเหมาะกับนายเท่าไหร่นะ” ก้องเกียรติพูดกึ่งหยอกเล่น แต่เขาก็อยากรู้จักกับคนที่อยู่ตรงหน้าจริงๆ

                “...ฉันจะค่อยๆ เปิดเผยเรื่องราวของฉัน” ราเชนเอ่ยช้าๆ ขณะหันกลับมาจ้องตากับอีกฝ่าย แววตานิ่งสงบนั้นฉาบอยู่บนดวงตาสีนิลคู่งาม ดูลึกลับ “เพราะตอนนี้เราก็รู้จักกันแล้ว”

                “ฉันดีใจนะที่นายพูดยังงั้นน่ะน้องชาย” ก้องเกียรติเอ่ยแล้วสืบเท้าเข้าไปใกล้ๆ หนุ่มอายุน้อยหน้าหวาน “แล้วการสร้างความสัมพันธ์มันจะส่งผลดีกับนายเหรอ” ชายหนุ่มหยุดฝีเท้า ทิ้งระยะห่างจากอีกฝ่ายแค่สามก้าวสั้นๆ เขาก้มมองอีกคนในขณะที่น้องชายเงยหน้ามองเขา ปกติแล้วถ้าก้องเกียรติบุกรุกระยะห่างที่ราเชนตั้งค่าไว้ อีกฝ่ายจะแสดงอาการอึดอัด หรือลำบากใจไม่มากก็น้อย ทว่าหนนี้ พ่อหน้ามนคนงามกลับเพียงมองตอบกลับมานิ่งๆ เท่านั้น

                “ดีสิ เพราะนายจะช่วยฉัน ในหลายๆ เรื่องต่อจากนี้” น้ำเสียงที่มีการเอาแต่ใจนิดๆ เปล่งออกมาจากเรียวปาก ก้องเกียรติเผยยิ้มอย่างขบขัน คนตรงหน้ายามนี้ดูมั่นใจในตัวเองเหลือเกิน ก่อนหน้านี้เขาเคยเจอกับราเชนในรูปแบบของฆาตกรต่อเนื่องมาแล้ว บุคลิกที่เคร่งเครียด ขี้หงุดหงิดเล็กๆ(หรือมีมากกว่านั้นก้องก็ไม่เคยแหย่ให้ถึงขีดจำกัดเหมือนกัน) และใช้เหตุผลเข้าว่า แต่ตอนนี้เขากำลังเจอกับราเชนในรูปแบบของคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง แล้วการที่ราเชนใช้บุคลิกในการเข้าสังคมมาคุยกับตนเองแบบนี้หมายความว่า...จะให้ช่วยในเรื่องของฉากหน้าอย่างนั้นสินะ ฉากหน้าที่ทั้งคู่เป็นเพียงนักธุรกิจอายุน้อย ฉากหน้าที่ใครๆ ต่างก็คิดว่าพวกเขาเป็นเพียงคนปกติธรรมดา

                “นั่นไม่ใช่การขอร้องใช่ไหม” ก้องเกียรติเอ่ยถาม

                “...จริงๆ แล้วเป็นการขอร้อง” ราเชนยอมรับ “ได้โปรด ช่วยฉันนะ” ชายหนุ่มกะพริบตาปริบๆ แล้วพยายามทำตาหวานเชื่อมเหมือนลูกแมว ก้องหลุดหัวเราะพรืดออกมา หาไม่ได้ในราเชนโหมดปกติแน่ภาพแบบนี้

                “นี่นายเป็นใครเนี่ย จะเล่นละครเก่งเกินไปล่ะ”

                “แนบเนียนดีใช่ไหมล่ะ” ราเชนว่าพลางลูบผมตัวเองให้กลับมาปรกหน้า รู้สึกดีใจที่ตนเป็นตัวของตัวเองในคราวนี้ ไม่มีเสียงแทรกแซงจากใครดังขึ้นเลยแม้แต่แอะเดียว วันนี้สัญชาตญาณของเขาเป็นเด็กดีจริงๆ

                “สมควรได้รับรางวัลเลยล่ะ” ก้องเกียรติเอ่ย

                “งั้นขอเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับก้องนะ” ราเชนพูดอย่างกระตือรือร้น “เชนจะเปิดเผยส่วนของเชน แต่เชนยังไม่รู้เลยว่าก้องเป็นใคร” ชายหนุ่มมองคนตรงหน้าตาปริบๆ ก้องเกียรตินิ่งไปเล็กน้อย ความเจ้าเล่ห์ปรากฏวาบในแววตาก่อนจะกลายเป็นแววขี้เล่น

                “ได้สิ” ก้องเกียรติโกหก “เราก็ค่อยๆ เรียนรู้กันไปนะ น้องชาย” สายลมเย็นๆ พัดโบกโชยมา ท้องฟ้ากระจ่างตา แสงจันทร์สาดส่องลงมาสว่างกว่าเดิม ก่อเกิดเป็นเงาประหลาดรอบกาย แม้กระทั่งรอบตัวของก้องเกียรติ ก็ยังมีบรรยากาศที่หลอกลวงอย่างแนบเนียนไหลวนอยู่ “ว่าแต่ว่า ตอนลอยกระทงนายอธิษฐานอะไรเหรอ?” ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่องคุย หันไปมองความมืดในแม่น้ำ กระทงของเขา...เทียนคงดับไปแล้วหรือไม่ก็คว่ำ แต่ไม่ว่าจะอย่างไหน ตอนนี้ก็ไม่เห็นในสายตาแล้ว เช่นเดียวกับโคม

                “ไม่บอก” ราเชนพูดพลางหันไปมองที่แม่น้ำเช่นกัน

                “จะว่าไป ยังไม่รู้เลยว่านายจะให้ฉันช่วยอะไร” ก้องเกียรติเอ่ยขึ้นอย่างเบลอๆ นิดๆ เมื่อกี้สนใจกับการแสดงละครอันแนบเนียนมากไปหน่อย เลยไม่ได้สนใจเนื้อหารายละเอียดของคำขอนั้น

                “มีเมื่อไหร่เดี๋ยวจะบอก” ราเชนตอบพลางกอดตัวเอง รู้สึกว่าอากาศจะเย็นขึ้น จนหนาว “แต่เป็นเรื่องปกตินะ ไม่ใช่เรื่องตอนเป็นฆาตกร” ชายหนุ่มพูดติดตลก ก้องเกียรติยิ้ม ให้ช่วยเรื่องฉากหน้าจริงๆ ด้วยสินะ ดีใจที่เดาไม่ผิด

                “กลับเข้าไปข้างในกันเถอะ หนาวมากแล้ว เดี๋ยวเป็นหวัด” ชายหนุ่มร่างสูงเอ่ย โอบไหล่อีกฝ่ายแล้วดันนิดๆ ให้เดินกลับไปที่บ้านพักด้วยกัน

                ก้องเกียรติอยากบอกกับราเชนเหลือเกิน ว่าตอนที่เขาลอยกระทงไปนั้น นอกจากขอขมาพระแม่คงคาแล้ว เขายังอธิษฐานให้ความสัมพันธ์ของตนกับราเชนก้าวหน้าด้วย ไม่ใช่เรื่องความรักที่เขาเคยบอกกับคนในอ้อมแขนหรอก แต่มันซับซ้อนกว่านั้น และมัน...ค่อนข้างจะสกปรกไม่นิด

                “หวังว่าพระแม่คงคาจะยอมช่วยนะ” ก้องพึมพำเบาๆ ราเชนเหลือบตาขึ้นมองแต่ไม่ได้ถาม

ก้องเกียรติลองมานึกๆ ดูก็น่าตลกไม่น้อย ที่ตนเองอธิษฐานในเรื่องร้ายๆ กับตัวตนที่ในความเชื่อของผู้คนว่าเป็นเทพที่อยู่ในแสงสว่าง ...กูนี่เลวชะมัดเลย...

 

---------------------------------------------------------
จะค่อยๆ เปิดเผยตัวจริงของก้ิองไปทีละนิด ว่ามันหาใช่หนุ่มเฮฮาบ้าบอไม่ แต่เป็นคนที่ซับซ้อนคนหนึ่ง อาจจะซับซ้อนกว่าเชนด้วยในบางกรณี 

edit @ 8 Dec 2012 15:25:59 by nh2dpun

edit @ 13 Jul 2013 00:16:26 by nh2dpun